วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เรื่องเล่าจากวันวาร ตอน ตัวเลข กับ ความเชื่อ



เรื่องเล่าจากวันวารตอน ตัวเลข กับ ความเชื่อ


ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE

ทราบไหมครับ ว่า ... !!!
ความเชื่อ กับ ตัวเลข ... มี ความผูกพันกันอย่างแยกไม่ออกเลยทีเดียว !!!
บางครั้ง ตัวเลข เพียงตัวเดียว แต่อาจจะมี ... ความเชื่อ ที่หลากหลายและแตกต่างกันออกไป
ตามแต่ ศาสนา / ประเพณี และวัฒนธรรม ในแต่ละภูมิประเทศ หรือแต่ละ ... ประเทศ !!!
ความเชื่อ ของคนใน ... อาถรรพ์ของตัวเลข ที่เกิดขึ้น มีที่มาอย่างไร ?
เราลองมาดูกัน !!!

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE
  
ตัวเลข : ๔
ภาษาญี่ปุ่น  คนญี่ปุ่นอ่านออกเสียง ตัวเลข  “ ๔ ” ว่า “ ชิ ”  ซึ่งออกเสียงเหมือนกับคำว่า  “ ชิ ”  
ที่แปลว่า “ ความตาย ” ดังนั้น จึงส่งผลทำให้ ในประเทศญี่ปุ่น หมายเลขห้องตาม อพาร์ตเมนท์ 
หรือ โรงพยาบาล จะข้าม ห้องเลขที่ ๔ ไป มีแต่ ห้องเลขที่ ๑ / ๒ / ๓  เลยไปเป็น ห้องเลขที่ ๕ แทน 
เช่นเดียวกับ ภาษาจีน คนจีนอ่านออกเสียง เลข “  ๔ ” ว่า  “  ซี้ ”  คล้ายกับคำว่า “ ตาย ”  
จึงเป็น ... “ ตัวเลขต้องห้าม ” !!!

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE

ตัวเลข : ๖
เลขอาถรรพณ์ ที่เป็นที่มาของ การนอกลู่นอกรอย / ความวิตถาร / ความประหลาด ผิดเพี้ยน หรือ 
เลขซาตาน  
ภาษาอังกฤษ อ่านออกเสียงตัวเลข “ ๖ ” ว่า “ ซิก ( SIX ) ” ซึ่งไม่เป็นมงคล เพราะไปพ้องเสียง
กับคำว่า “ ซิก ( SICK )” ที่แปลว่า “ เจ็บไข้ได้ป่วย ” !!!
แต่สำหรับ ชาวจีน ตัวเลข “ ๖ ”  กลับใช้เป็นสัญลักษณ์ของ “ ความราบรื่น ” หนุ่มสาวคู่ใดที่จะแต่งงานจึงมักเลือกวันที่มีเลข “ ๖ ” หรือลงท้ายด้วยเลข “ ๖ ” เป็น “ วันมงคล ”  เช่น วันที่ ๖ / 
๑๖ หรือ วันที่ ๒๖ เพื่อเป็นเคล็ดให้ ... ชีวิตคู่ราบรื่นสมหวัง นั่นเอง !!!

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE

ตัวเลข : ๗
คนยุโรป เชื่อว่า ตัวเลข “ ๗ ”  เป็น “ เลขที่ดี ” และให้โชคลาภ ถือได้ว่าเป็น ... เลขศักดิ์สิทธิ์ 
และมี อำนาจพิเศษ  ถ้ามี ตัวเลข ๗ มากเท่าไหร่ ? ... ก็จะยิ่งทำให้เกิดโชคดีมากขึ้นไปอีก !!!
คนญี่ปุ่น ถือว่า ตัวเลข “ ๗ ”  เป็น “ เลขมงคล ”  อ่านออกเสียงว่า “ ชิจิ ” โดยที่ ประเทศญี่ปุ่น 
มีประเพณี กินสมุนไพร ๗  ชนิด เชื่อกันว่าทำให้ ... สุขภาพดี  เช่นเดียวกับ คนยุโรป ที่เชื่อว่า 
ตัวเลข “ ๗ ” เป็น “ เลขมงคล ” !!!
แต่กับ คนไทย เชื่อว่า ตัวเลข “ ๗ ”  เป็น “ เลขแห่งความทุกข์ ”  ตามความเชื่อทางโหรา
ศาสตร์ที่ว่า  “  โทษทุกข์ทายเสาร์ ”เป็น เลขแห่งความทุกข์ ความอมทุกข์ ถือว่าเป็น ... “ เลข
ไม่เป็นมงคล ”
ใน ... วงการนักพนัน เชื่อว่า ตัวเลข “ ๗ ”  เป็น “ เลขนำโชค ”  โดย เครื่องเล่นการพนันอัต
โนมัติ “ สล็อตแมชีน ”  ที่มีชื่อเรียกว่า “ โจรแขนเดียว ”  จะตั้ง ตัวเลขรางวัลแจ๊กพอต หรือ 
รางวัลใหญ่สุด โดย ตัวเลขทั้ง ๓ ตำแหน่ง ให้ออกตรงกันที่ตัวเลข “ ๗๗๗ ”

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE

ตัวเลข : ๘
คนญี่ปุ่น  เชื่อว่า ตัวเลข “ ๘ ”  เป็น “ เลขมงคล ” อ่านออกเสียงว่า “ ฮะจิ ”  เป็น ตัวเลขแห่ง
ความสมบูรณ์ และ ความสมดุล จากความเชื่อเรื่อง “ ศาสตร์แห่งความสมดุลของขงจื๊อ ”  และ 
ความเชื่อใน “ นิกายเซน ”  พ้องกับความเชื่อของคนญี่ปุ่น
เช่นเดียวกับ คนจีน ก็ถือว่า ตัวเลข “ ๘ ”  เป็น “ เลขมงคล ” เช่นกัน คำออกเสียงในภาษาจีน
กวางตุ้งคล้ายกับคำว่า “ ร่ำรวย หรือ มั่งมี ”
สำหรับ คนตะวันตก เชื่อว่า ตัวเลข “ ๘ ” มีรูปร่างเหมือนเครื่องหมาย  “ อินฟินิตี้ ”  ในทางคณิตศาสตร์ ที่เป็น “ สัญลักษณ์แห่งความเป็นนิรันดร์ ”  ไม่สิ้นสุด และเป็น ...  “ อมตะ ”  !!!
คนไทย มีความเชื่อว่าตัวเลข “ ๘ ” เป็น “ เลขไม่ดี ”  เป็น “ ตัวเลขราหู ” หมายถึง การทะเลาะ
วิวาท และ ความเดือดร้อน

ตัวเลข : ๙
คนไทย เชื่อว่าตัวเลข “ ๙ ” เป็น “ เลขดี / เลขมงคล ” เพราะออกเสียงพ้องกับคำว่า “ ก้าว ” 
ที่หมายถึง ก้าวไปข้างหน้า นิยมใช้ในงานมงคล โดยยึด เลข “ ๙ ”  เป็นหลัก และ นำมาใช้ใน
เรื่องของฤกษ์ยาม เช่น วันที่  ๙ เดือน ๙ รวม ทั้งขึ้นต้นหรือลงท้าย
เวลาด้วยเลข ๙ !!!
คนจีน ก็เชื่อว่า ตัวเลข “ ๙ ” เป็น “ เลขมงคล ” เช่นกัน  เนื่องจากเป็น เลขที่มีค่ามากที่สุด 
เป็น สัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ และ “ ความเป็นที่สุด ”  
แต่กับ คนญี่ปุ่น กลับมีความเชื่อใน ตัวเลข “ ๙ ”  โดยในภาษาญี่ปุ่นอ่านออกเสียงว่า “ คุ ” ซึ่ง
พ้องเสียงกับคำที่หมายถึง“ ความยากลำบาก ” ในภาษาญี่ปุ่น !!!

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE

ตัวเลข : ๑๓
คนยุโรป เชื่อว่า  ตัวเลข “ ๑๓ ”  เป็น “ เลขอัปมงคล ”  มีที่มาจาก จำนวนคนบนโต๊ะอาหาร 
ในอาหารมื้อสุดท้ายของ“ พระเยซูคริสต์ ”  ที่รู้จักกันในนาม  “ เดอะ ลาสต์ ซัปเปอร์ ” (The 
Last Supper)  และ “ จูดาร์ ”  ศิษย์ผู้ทรยศพระคริสต์นั่งอยู่ใน ... ตำแหน่งที่ ๑๓ ถือว่าเป็น 
“ เลขอาถรรพ์ ”  และ โรงแรมในยุโรป ส่วนใหญ่มักไม่มี ห้องหมายเลข ๑๓ ไม่มีชั้นที่ ๑๓ และ
หลายเมืองมักไม่มี ... ถนนเลขที่ ๑๓ !!!

ปิดท้าย  “ ตัวเลข กับ ความเชื่อ ”  วันนี้ ... !!!
เราไปดู ... ความหมาย ของ ตัวเลข  “ ๐ – ๙ ” กันดีกว่า
มาดูกันซิว่า ตัวเลขแต่ละตัว นั้น ... มี ความหมาย เช่นใด ?

หมายเหตุ :  โปรดมีสติ สมาธิ ใจเป็นกลาง ไร้อคติ และ ใช้ วิจารณญาณอย่างสูง ในการอ่าน !!!
เพื่อ ประโยชน์สุขต่อสังคม และตัวท่านเอง !!!

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE 

เลข  ๑ :  พระอาทิตย์
แสงสว่าง พลังงานความร้อน ... รักอิสระ รักศักดิ์ศรี เย่อหยิ่ง ทรนง ใจร้อน โกรธง่ายหายเร็ว 
มีความเป็นผู้นำ ทะเยอทะยาน เชื่อมั่นในตนเองสูง สง่างาม มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม ใฝ่สูง ทิฐิแรง

เลข ๒ : พระจันทร์
ความสุภาพ อ่อนหวาน ... นุ่มนวล รักสวยรักงาม มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นที่รักของคน
ทั่วไป ถูกชักจูงได้ง่าย โลเล ขี้น้อยใจ เพ้อฝัน

เลข ๓ : พระอังคาร
แข็งแรง ขยันขันแข็ง ...  มีความกล้าหาญ อดทน เอาจริงเอาจัง เกรี้ยวกราด มุทะลุ โมโหร้าย

เลข ๔ : พระพุทธ
มีความสามารถด้าน การพูด อ่าน เขียน และความคิด ... ใฝ่หาความรู้ ความโลเล กะล่อน เจ้าเล่ห์
พูดจาให้ผู้คนเชื่อใจได้สนิท

เลข ๕ : พระพฤหัสบดี
ผู้มีความรู้ สติปัญญาดี ... ใฝ่หาความรู้  มีคุณธรรม ศีลธรรมประจำใจ รักความยุติธรรม ความ
พอเพียง

เลข ๖ : พระศุกร์
ความบันเทิงเริงรมย์ รักสวยรักงาม ... เจ้าสำราญ เอาใจเก่ง ใจน้อยขี้หึงหวง เจ้าเสน่ห์ มีความ
ฟุ้งเฟ้อ

เลข ๗ : พระเสาร์
ความยากลำบาก พยาบาทสูง  ขี้หึง ความอดทนอดกลั้น รักสันโดษ มัธยัสถ์ ... หนักแน่น มั่นคงเปลี่ยนแปลงยาก หวาดระแวง ขี้บ่น ล่าช้า คิดมาก ภาระต่างๆ มากมาย

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE  

เลข ๘ : พระราหู
ความมัวเมา ลุ่มหลง ความมืด เล่ห์เหลี่ยม ... ชิงดีชิงเด่น กล้าได้กล้าเสี่ยง เอาแต่ใจตนเอง 
หูเบา ไร้เหตุผล อบายมุขทุกชนิด

เลข ๙ : พระเกตุ
มีญาณหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ... คิดแปลกไม่เหมือนใคร คนลึกลับ พ่อมดหมอผี

เลข ๐ : ดาวมฤตยู
ศูนย์รวมโรคภัยไข้เจ็บ ... เจ็บป่วยเรื้อรัง สุภาพไม่แข็งแรง อาเพศ ประกบกับเลขอื่นใดจะส่ง
ผลด้านลบของเลขนั้นออกมา เป็นสิ่งที่ทำลายสภาพที่ดีต่างๆ

ย้ำอีกครั้ง  : โปรดมีสติ สมาธิ ใจเป็นกลาง ไร้อคติ และ ใช้ วิจารณญาณอย่างสูง ในการอ่าน !!!
เพื่อ ประโยชน์สุขต่อสังคม และตัวท่านเอง !!!

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เรื่องเล่าจากวันวาร ตอน เปิดเตำนานผี : ผีญี่ปุ่น



เปิดตำนานผีผีญี่ปุ่น


ผม ... อารามบอย ( เด็กวัด )  :  อาศัยชายคากุฏิหลวงตา กินข้าวก้นบาตร !!!
ผม ... ไม่กลัวหลวงตา  แต่กลัว  :  หางกระเบนแช่เยี่ยว !!! 
( โดน หวด ทีเดียว เลือดซิบทันตา )
ผม ...ไม่กลัวผี : วิ่งเล่นในโกดังเก็บศพ กับ เล่นซ่อนแอบใน ป่าช้า !!!
บางที ... ยืมเงินผี  : ในยามยาก บางทีก็แอบยืมเงินผีในโลง !!! ( ยังไม่ได้ใช้คืน )
ผม อยู่วัดก็จริง ... แต่ไปสนิทกับ สัปเหร่อ มากกว่า 
( จนเคยคิดว่าจะยึดอาชีพเป็น ... สัปเหร่อ )
สวดมนต์ ไม่เป็น แต่ ท่องคาถาไล่ผี ... คล่องปรื๋อ !!!
ยามว่าง ... จะไปช่วย คุณลุง ( ตาคงสัปเหร่อ ) จัดระเบียบศพ มัดตราสัง ห่อศพ ไปจนถึง 
ยันศพไหม้ไฟ ไม่ให้ลุกขึ้นมานั่งทักทายแขกบนตาแกรงเผาศพ  ( เมรุแบบเผาด้วยไฟฟ้า 
ตอนนั้นยังมีไม่กี่วัดที่ใช้ )
ดังนั้น “ ผมกับผี ”  จึงเหมือนเป็น “ เพื่อนกัน ” ... บางที  เมาแบบจัดหนัก  ไม่กล้าไปนอน
ที่กุฏิ ( กลัวหางกระเบน ) ก็แอบไปนอนในโกดัง ( เก็บศพ ) บนฝาโลงนั่นแหละ หรือ บางทีก็
เคาะเรียก ผีในโลง มานั่งก๊งกันต่อ ... !!!  ( ตอนนั้น ทำไปได้ยังไง ก็ไม่รู้ )
จน ตาคงสัปเหร่อ แกดอดไปคุยกับ ยมบาล นั่นแหละพฤติกรรมห่าม ๆ ของผม ก็ค่อย ๆ 
เลิกราไป ประจวบกับที่ ... ผมเรียนจบ ป.ตรี พอดี “ ผมกับผี ”  จึงต้องจำใจ ... แยกจากกัน 
แต่ก็สัญญาว่าจะไปพบกันอีกที ตอนผมเป็น “ ผี ”  !!!
ใคร ? กลัว ผี ... ยกมือขึ้น !!!
ตอนก่อน ๆ ที่ผ่านมา ผมเคยร่ายกลอนยาวเรื่อง “ ตำนานผีไทย ๓๒ ตน ”  เอาไว้ ( ลองกลับ
ไปหาอ่านดูนะครับ )
คราวนี้ ... ผมจะพาคุณไปเปิด  “ ตำนานผีญี่ปุ่น”

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE

ผีตนที่ ๑ . Kamai-tachi
คาไมทาจิ  :   ภูติลม ( ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น )  มันเป็น ผี ๓ ตน อาศัยอยู่บนเขา  
เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราว สายลมพัด นักเดินทาง ผ่านทางมาจะเจอกับ ลมพายุหมุน  ... !!!
ผีตนที่ ๑ จะแกล้งชนเหยื่อให้ล้มลง  ตามมาด้วย ผีตนที่ ๒ จะบุกเข้าฟันเหยื่อให้เป็นแผล ... 
ผีตนที่ ๓ จะปรากฏตัวขึ้นมาทายาให้แล้วหายไป แต่เพียงครู่เดียว เมื่อเหยื่อโซซัดโซเซออกเดิน
ทางต่อ ... ผีตนที่ ๑ ก็จะกลับมาชนเหยื่อ ผีตนที่ ๒ มาฟัน แล้ว ผีตนที่ ๓ จะมาทายาให้ เป็นอย่าง
นี้ซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะ คาไมทาจิ จะพอใจ หรือ จนกว่าเหยื่อจะตาย !!!

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE

ผีตนที่ ๒.  Nekomata
เนโกะมาตะ :   ตามตำนานเล่าว่า  “ แมว ”  บางตัว พอมีอายุมากขึ้นจะมีตบะสูงขึ้นและกลาย
เป็น แมวผี  ที่เรียกว่า“ บะเกะเนะโกะ ”  และหากว่าหางมันแยกออกเป็น ๒ หางเมื่อไหร่ มันจะ
กลายเป็น “ เนะโกะมะตะ ”  หรือ สุดยอดแมวปีศาจ สามารถขยายให้ตัวใหญ่ได้ และเปลี่ยน
มาเดิน ๒ ขา เชื่อว่า มัน เป็นต้นเหตุของเพลิงไหม้ที่ผิดปกติ  มีบางตำนานเล่า
ว่าในตอนกลางคืน  เนโกะมาตะ     จะแปลงกายเป็นสาวงามเพื่อปรนนิบัติ “ เจ้านาย ” ที่ 
มันหลงรัก !!!

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE

ผีตนที่ ๓.  Rokurokubi
โรคุโรคุบิ :  ตำนานว่า เธอเป็น มนุษย์ที่โดนสาป ตอนกลางวันเป็นคนปกติธรรมดา  แต่พอตก
กลางคืน คอของเธอจะยืดยาวออกมา และจะดูด “ พลังชีวิต ” ของ คนและสัตว์ ไปเป็นอาหาร 
โดยเฉพาะ พลังชีวิตของชายหนุ่ม  โดยเธอมักจะแฝงตัวและปิดบังตัวเอง แต่จะแสดงตัวออกมา 
เมื่อพบ พวกขี้เมา และ ผู้ชายงี่เง่า  เท่านั้น !!!  

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE 

ผีตนที่ ๔.  Hanako-san
ตำนานวัดความกล้าของเด็กนักเรียนที่นิยมมากในญี่ปุ่น
ฮานาโกะซัง  :  ผีเด็กผู้หญิงในชุดเอี๊ยมกระโปรงแดง ตัดผมสั้น เธอ เป็นวิญญาณที่ถูกขังอยู่ใน
ห้องน้ำ การที่จะพบ ฮานาโกะซัง จะต้องเคาะประตูห้องน้ำ ๓  ครั้ง ที่ หน้าห้องน้ำห้องที่ ๓ 
ฃชั้นที่  ๔  ของโรงเรียน หรือบางตำนานว่า ห้องสุดท้ายทางขวามือ แล้วถามว่า “ ฮานาโกะซัง 
เธออยู่ในนั้นไหม ?  ”
ถ้าได้ยินเสียงตอบว่า 
“ ฉันอยู่นี่”  
ก็คิดเอาเองว่า จะทำอย่างไร ? กับชีวิต !!! 

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE

ผีตนที่ ๕.  Camelia
คาเมเลีย :  ดอกไม้ ตระกูลชา ดอกเป็นสีขาวและชมพู แต่บางครั้งก็ สีแดงคล้ายเลือด โดยมีที่มา 
ของ ดอกคามิเลียสีเลือดใน
ตำนานอาถรรพ์ของต้นคาเมเลีย  ที่เกิดในสมัยที่ญี่ปุ่น ที่ยังคงมีระบบศักดินา เจ้าหญิงไร้นาม  
หนีภัยการเมืองไม่พ้น โดนฝ่ายตรงข้ามจับเป็นเชลย เธอถูกจับมัดไว้กับต้นคาเมเลีย ถูกทรมาน
สารพัดเพื่อบังคับให้เปิดเผยข้อมูล เจ้าหญิงไม่ยอมปริปากบอกอะไรแก่ศัตรู จนในที่สุดเจ้าหญิง
เสียชีวิตลง และพระศพถูกฝังศพไว้ใต้ต้นคาต้นคาเมเลีย
ต้นคาเมเลียสูบเลือดจากพระศพเจ้าหญิงแทนน้ำเลี้ยงลำต้น ทำให้ ดอกคาเมเลียผลิดอกออกมา
กลาย เป็น “ สีเลือด ”  เพราะวิญญาณแค้นของเจ้าหญิง !!!

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE

ผีตนที่ ๖.  Kikuko
คิคุโกะ :  ตุ๊กตาเด็กผู้หญิงผมยาว ที่ วัดมันเนน หมู่บ้านคุริซาว่า อำเภอโงจิ ฮอคไกโด  เจ้าของ
ตุ๊กตาตัวนี้เป็นเด็กหญิงชื่อ“ คิคุโกะจัง ”  เธอรักตุ๊กตาตัวนี้มากเรียกว่า “ ติดตุ๊กตายิ่งกว่าพ่อแม่ ” เมื่อเด็กหญิงป่วยและเสียชีวิตลง พ่อแม่ก็นำตุ๊กตาไปวางไว้ที่ ... ป้ายวิญญาณ เพื่อให้ตุ๊กตาตัวนั้น
ไปเป็น เพื่อนเล่นกับเธอ  แต่มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น เมื่อ ตุ๊กตามีผมยาวขึ้น และ ปากที่เคยหุบ
สนิทลับแย้มยิ้ม
แม้ว่า “ คิคุโกะจัง ”  ตายไปแล้วนานกว่า ๖๐ ปี แต่ทุกวันที่  ๒๑  มีนาคม ของทุกปี ที่ ... 
วัดมันเนน จะมีพิธีตัดผมที่ปรกหน้าตุ๊กตา และเปลี่ยนชุดกิโมโน ให้ตุ๊กตาใหม่  แต่ 
เส้นผมของตุ๊กตา ก็ยังคงยาวนขึ้นมาใหม่อยู่เสมอ !!!

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE

ผีตนที่ ๗.  Oiwa
โออิวะ :  ตำนานหญิงสาวที่ผิดหวังในความรัก  เธอ คือ คุณหนูในตระกูลเศรษฐีผู้ร่ำรวย พ่อของ
เธอถูกสังหาร ทิ้งมรดกมหาศาลไว้ให้กับเธอ อยู่มาวันหนึ่ง ซามูไรหนุ่ม “ อิเอม่อน ”  วางแผน
หลอกลวงเธอให้ “ หลงรัก ” เพื่อคิดฮุบทรัพย์สมบัติ แต่ เธอรู้ถึงแผนร้ายก่อน เขาจึงกรอกยาพิษ
ให้เธอกินจนทำให้หน้าตาอัปลักษณ์ และกล่าวหาว่า “ อิโอวะเป็นผี ” จากนั้นก็ฆ่าเธอแล้วทิ้งศพ
ไว้ที่บ่อน้ำ  
ต่อมา อิเอม่อน ไปแต่งงานใหม่ ในคืนเข้าหอ เจ้าบ่าวกลับมองเห็นว่าที่เจ้าสาวเขาเป็น อิโอวะ 
เขากลัวจนลนลานหยิบดาบฟันไปที่ร่างนั้น ปรากฎว่าร่างนั้นกลายเป็นว่าที่เจ้าสาว ไม่ใช่อิโอวะ
อย่างที่เห็น อิเอม่อน กลัวจนเสียสติ และใช้ดาบฆ่าตัวตายที่บ้านหลังนั้น !!!

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE

ผีตนที่ ๘.  Teke-Teke
เทเกะ เทเกะ :  ผีหญิงสาวที่ตายบนรางรถไฟ  เล่ากันว่า เธอกระโดดตัดหน้าขบวนรถไฟ
ตอนกลางคืน เมื่อมีเหยื่อเดินผ่าน บริเวณนั้น เทเกะ เทเกะ ก็จะตามไปในทันที โดยเธอจะคืบ
คลานร่างที่ขาดวิ่นไปทีละนิด ทีละนิด ด้วยมือและไหล่  เธอจะ สะกดจิตเหยื่อ ที่เผลอมองเธอ
ให้ ... เคลื่อนไหวช้าลง จนหนีไปไหน ? ไม่ได้  มันก็จะเข้าจัดการเหยื่ออย่างรวดเร็ว !!!

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE

ผีตนที่ ๙.  Sarayashiki
ซารายาชิกิ หรือ โออิคุ :   ผีนับจาน  ตามตำนานเล่าว่า โออิคุ สาวใช้ใน ตระกูลอาโอยาม่า 
แอบรู้ถึงแผนการล้มการปกครองของเจ้าเมือง จึงนำความไปบอกกับ คนรักของตน  ซึ่งเป็นทหาร
ของเจ้าเมือง ทำให้ แผนการของอาโอยาม่า ล้มเหลวไม่เป็นท่า พอรู้ถึงตัวการที่ทำให้แผนการ
ล้มเหลว  โออิคุ จึงถูกใส่ความว่า ขโมยจานล้ำค่า ไป ๑ ใบจาก ๑๐ ใบ  โออิคุถูกทรมานจนตาย 
และศพถูกทิ้งไว้ที่บ่อน้ำ
วันดีคืนดีจะมีคนเห็น โออิคุ ออกมานับจานที่ข้างบ่อน้ำ โดยเธอเริ่มต้นนับตั้งแต่ใบที่ ๑ จนไปถึง
ใบที่ ๙ วนไปวนมาแต่นับยังไงก็ไม่ครบ ๑๐ ด้วยเสียงคร่ำครวญว่า “ จานใบที่สิบ ...ไปอยู่ไหน ? ”  

ขอบคุณภาพประกอบ : GOOGLE

ผีตนที่ ๑๐.  Kuchisake-onna
ตำนานผีที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น กล่าวขวัญกันมาตั้งแต่ ยุคสมัยเฮอัน จวบจนถึงปัจจุบัน  
คุชิซาเกะอนนะ :   ภรรยายอดซามูไรที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในสมัย เฮอัน แต่ไม่ทราบเป็นเพราะ
เหตุใด ทำให้ สามี เกิดคิดที่ว่าเธอลอบไปมีชู้  ด้วยความโกรธจึงชัก ดาบคาตานะ อาวุธคู่กาย 
เงื้อคมมีดตัดปากภรรยาฉีกขาดจนถึงใบหู  เมื่อ คุชิซาเกะอนนะ ตายไปเธอกลายเป็น 
วิญญาณอาฆาต ที่มีแรงพยาบาทถึงที่สุด  
เธอจะมาอยู่ริมถนนในช่วงเวลาใกล้ค่ำ สวมผ้าปิดปาก และถ้าเจอใครเดินผ่านมา ก็จะถามว่า
“ ฉันสวยไหม ”
และถ้าใคร ? ตอบว่า เธอสวย เธอจะเปิดผ้าปิดปากออก ให้ เหยื่อผู้โชคดี ได้เห็นริมฝีปากที่ฉีก
ไปถึงจนถึงใบหู แล้วเธอก็จะถามเหยื่อซ้ำอีกรอบหนึ่งว่า
“ ฉันสวยไหม ”   
ถ้า เหยื่อ ตอบว่า ... เธอยังสวยเหมือนเดิม คนนั้นก็จะ ปลอดภัย และเธอจะหายไปราวกับว่า
ไม่มีอะไร ? เกิดขึ้น
แต่ถ้าเหยื่อเกิด จิตหลุด ตอนที่เห็นปากที่ฉีกขาดของเธอล่ะก็ !!!  เธอจะไม่ปล่อยเหยื่อ และ
จะตามเหยื่อไปทุกหนแห่ง หนียังไงก็หนีไม่พ้น !!!

ปิดตำนาน ... “ ผีญี่ปุ่น ” กันตรงนี้ !!!
แต่ก็ยังคงมีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “  ผีอื่น ๆ ”  อีกมากมาย
มีเวลาว่างเมื่อไหร่ ? จะไปตามหาข้อมูลเกี่ยวกับ ... ผีสัญชาติอื่น ๆ มานำเสนอกันอีก !!!
สวัสดีครับ !!!

คนไม่มี ค. ว. และ ย.

คนไม่มี  ค. ว. และ ย.   หยุดคิดเสียก่อน ... ก่อนตัดสินใจ ผมดูท่าว่า ... มัน จะไปกันใหญ่แล้วนะครับ ... !!! กับ สารพัดเรื่องราวที่เ...